Posted in

สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับนางสาวอภิชญา สุจินดาพรรณ ในโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก

สนร. เยอรมนี ขอแสดงความยินดีกับนางสาวอภิชญา สุจินดาพรรณ ในโอกาสสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชา Railway Engineering จากมหาวิทยาลัย TU Braunschweig เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568

ในโอกาสนี้ นางสาวอภิชญา ได้เล่าประสบการณ์ในช่วงที่ศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในเยอรมนีไว้ดังนี้

สวัสดีค่ะ อภิชญา สุจินดาพรรณ ค่ะ ได้รับทุนมาศึกษาระดับปริญญาโท-เอก สาขา Railway Engineering ค่ะ มาถึงประเทศเยอรมนีครั้งแรกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2016 หลังจากผ่านมาเกือบ 10 ปี การเดินทางในการเรียนก็สิ้นสุดลงแล้วค่ะ
เริ่มจากเรียนภาษาที่ Goethe Institut เมือง Düsseldorf ถึงเดือนกันยายน 2016 แล้วสอบ Aufnahmeprüfung เพื่อเข้าเรียน DSH-Vorbereitungskurs ที่ TU Dresden จากนั้นก็เริ่มเรียนปริญญาโท TU Dresden ใน Wintersemester 2017/18 และเรียนจบในเดือนมีนาคม 2020 ซึ่งเป็นช่วง COVID 19 พอดี ก็เลยขอพักการศึกษาแล้วกลับไปอยู่ประเทศไทยช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเริ่มปริญญาเอกในปลายเดือนตุลาคม 2021 ที่ TU Braunschweig จนถึงตุลาคม 2025 แต่ละช่วงเวลา ความยากในการผ่านแต่ละระดับก็แตกต่างกันไป มีช่วงเวลาที่ทั้งดีและไม่ดี
ในช่วงปริญญาโทเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกยากลำบากที่สุด พอเข้าเรียนจริงๆ อาจารย์ในมหาลัยก็ไม่ได้พูดจาชัดเจนและเป็นภาษาเยอรมันแบบที่เรียนตอนเรียนภาษา ไหนจะคำศัพท์เฉพาะทาง และบางคำก็ไม่มีคำแปลในภาษาอื่น นอกจากนั้นยังจะถูกกดดันด้วยการสอบ ซึ่งเทอมนึงมีสอบประมาณ 6-8 วิชา และสอบติดๆกันภายในระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เรียกได้ว่า ผ่านมาได้อย่างลำบากตรากตรำ แต่สุดท้ายก็พาตัวเองผ่านมาจนจบปริญญาโทมาได้
แต่ในช่วงปริญญาเอกก็ไม่ได้รู้สึกว่ายากเย็นเหมือนปริญญาโท ส่วนหนึ่งเพราะไม่มีการสอบ งานที่ทำก็เลือกทำในหัวข้อที่ไม่ต้องข้องเกี่ยวกับใครมากนัก สามารถทำได้เพียงแค่มี laptop 1 เครื่อง ไม่มีปัจจัยภายนอกอื่นๆมากดดันเพิ่ม ทุกอย่างก็เลยขึ้นอยู่กับความขยันและความมีวินัยของตัวเองอย่างเดียว โดยในช่วงนี้ ก็จะตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า ภายในช่วงเวลาต่างๆจะทำอะไรบ้าง พอเสร็จก็ให้รางวัลตัวเองด้วยการออกไปเที่ยว จะได้มีกำลังใจใช้ชีวิต แล้วค่อยกลับมาทำส่วนต่อไป
มาถึงวันนี้ก็อาจจะจำรายละเอียดหลายๆเรื่องไม่ค่อยได้แล้วว่า ผ่านอะไรมา และผ่านมาได้อย่างไร แต่มันก็ผ่านมาแล้ว บางเรื่องพอมองกลับไปก็กลายเป็นเรื่องตลกไปแล้ว
ทุกคนก็คงจะเผชิญเรื่องราวที่ทั้งเหมือนและแตกต่างกันไป มันคงไม่มีสูตรสำเร็จในการเรียนที่ใช้ได้กับทุกคน แต่อยากให้ทุกคนใจดีกับตัวเอง ถ้าเหนื่อยก็พักบ้าง ออกไปเที่ยวบ้าง ทิ้งโลกที่แบกเอาไว้ แล้วบอกว่า “ช่างมัน” บ้าง ก็ไม่ได้เป็นอะไรหรอก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *